ที่ตู้ ATM ถอนเงินไม่ใช้บัตรยุ่งยาก? รวมขั้นตอน 5 วิธีล่าสุด 2026

ในยุคดิจิทัลปี 2026 การลืมบัตร ATM ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไปเมื่อต้องการเงินสดด่วน บทความนี้จะแนะนำวิธีถอนเงินที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด คือการถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือของคุณ เราได้รวบรวมขั้นตอนจากธนาคารชั้นนำ ทำให้คุณสามารถทำรายการผ่านตู้ ATM ได้ง่ายๆ เพียงสร้างรหัสถอนเงินชั่วคราวบนแอปพลิเคชัน ก็พร้อมรับเงินสดได้ทันที
ถอนเงิน - ตู้ ATM

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ตู้ ATM

ถอนเงินไม่ใช้บัตร 2569

ในปี 2569 การถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ กดเงินไม่ใช้บัตร ได้กลายเป็นบริการมาตรฐานที่ทุกธนาคารไทยให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ โมบายแบงก์กิ้ง โดยในปัจจุบัน ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านแอปพลิเคชันหลักของแต่ละธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น K PLUS จากธนาคารกสิกรไทย, SCB EASY App จากธนาคารไทยพาณิชย์, Krungthai NEXT จากธนาคารกรุงไทย, krungsri app จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา, KKP MOBILE จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร รวมถึงแอปของธนาคารออมสินและธนาคารกรุงเทพ ซึ่งแต่ละแอปฯ มีฟังก์ชันสำหรับสร้าง QR ถอนเงิน ที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว

ขั้นตอนการถอนเงิน แบบไม่ใช้บัตรในปี 2569 นั้นมีกระบวนการที่คล้ายคลึงกันแต่ก็มีรายละเอียดเฉพาะของแต่ละธนาคาร โดยทั่วไปจะเริ่มจากเปิดแอปพลิเคชัน Mobile Banking ของคุณ เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" หรือ "QR ถอนเงิน" จากนั้นระบบจะให้คุณกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการถอน ซึ่งต้องอยู่ภายในวงเงินถอน ที่ธนาคารกำหนดไว้สำหรับบริการนี้ (มักจะสูงกว่าการถอนปกติผ่านบัตร) จากนั้นแอปฯ จะสร้าง QR Code ชั่วคราวขึ้นมา พร้อมกับรหัสถอนเงิน (หรือบางแห่งเรียกว่า OTP หรือรหัสผ่านชั่วคราว) คุณจะต้องนำ QR Code นี้ไปสแกนที่ ตู้ ATM ที่รองรับ หรือบางกรณีอาจต้องป้อนรหัสถอนเงินที่ตู้ ATM ด้วยตนเอง โดยตู้ ATM ของเครือข่ายตนเองและตู้ ATM ร่วมบริการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เช่น K-ATM, ตู้ ATM ของ SCB, ตู้ของกรุงไทย และกรุงศรี ต่างก็รองรับฟังก์ชัน สแกน QR Code นี้แล้ว

นอกจากช่องทางผ่านตู้ ATM แล้ว ในปี 2569 ยังมีช่องทางที่เรียกว่า ถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ให้เลือกใช้มากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ตู้ ATM ไม่พร้อมให้บริการ โดยคุณสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคารสร้าง QR Code สำหรับถอนเงิน แล้วนำไปสแกนที่เคาน์เตอร์ของร้านค้าคู่ค้า หรือจุดบริการ SCB Service ที่เป็นตัวแทนธนาคาร ซึ่งบริการนี้ช่วยขยายความครอบคลุมของบริการทางการเงินดิจิทัล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรสอบถามค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ล่วงหน้า เพราะบางครั้งการถอนผ่านตัวแทนอาจมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างจากการถอนผ่านตู้ ATM โดยตรง

สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก การเติบโตของ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง และ ธุรกรรมผ่านมือถือ ทำให้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรในปี 2569 มีความปลอดภัยสูงขึ้น เนื่องจากไม่ต้องพกพาบัตร ATM ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกขโมยข้อมูล และรหัสถอนเงิน ที่สร้างขึ้นมาแต่ละครั้งจะใช้ได้เพียงครั้งเดียวและภายในเวลาจำกัด เทคโนโลยีนี้ยังสนับสนุนธุรกรรมข้ามธนาคาร ได้ในบางกรณี ผ่านมาตรฐาน QR Code ที่เชื่อมโยงกัน ตัวอย่างเช่น ลูกค้าธนาคารกสิกรไทยอาจสามารถถอนเงินจากตู้ ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์ได้ด้วย QR Code จากแอป K PLUS หากทั้งสองธนาคารมีข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งผู้ใช้ควรตรวจสอบรายละเอียดนี้จากแอปของธนาคารตนเองก่อนทำรายการ

เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงปัญหาในการทำธุรกรรมการเงิน แบบนี้ ขอแนะนำให้ผู้ใช้ทำความเข้าใจขั้นตอนการทำรายการ เฉพาะของแอปที่ตนเองใช้เป็นประจำ ควรบันทึกหรือจดจำรหัสถอนเงิน ให้ดีก่อนไปยังตู้ ATM และที่สำคัญคือ ควรตรวจสอบยอดเงินในบัญชีและวงเงินถอน ที่เหลือก่อนสร้าง QR Code เสมอ หลังทำรายการสำเร็จ แอปพลิเคชันและตู้ ATM มักจะออก e-Slip หรือใบเสร็จดิจิทัลให้ ซึ่งควรเก็บไว้เป็นหลักฐานจนกว่าจะแน่ใจว่ารายการถูกต้อง อนึ่ง การถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่าน เคาน์เตอร์เซอร์วิส ของบางธนาคารก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ หากต้องการความช่วยเหลือจากพนักงานโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับแอปพลิเคชันธนาคาร มากนัก

ถอนเงิน - ถอนเงินไม่ใช้บัตร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ถอนเงินไม่ใช้บัตร

ค่าธรรมเนียมและวงเงิน

เมื่อพูดถึง ค่าธรรมเนียมและวงเงิน สำหรับบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ กดเงินไม่ใช้บัตร ผ่าน ตู้ ATM ของธนาคารต่างๆ ในปี 2026 นี้ ผู้ใช้บริการ โมบายแบงก์กิ้ง จำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะนโยบายและโครงสร้างค่าธรรมเนียมมีการอัปเดตอยู่เสมอเพื่อตอบโจทย์ ธุรกรรมการเงินดิจิทัล ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยพื้นฐานแล้ว ค่าธรรมเนียมหลักมักเกิดขึ้นในสองกรณีใหญ่ๆ ได้แก่ การถอนเงินผ่านตู้ ATM ของธนาคารตนเอง และการถอนเงินข้ามธนาคาร (หรือที่เรียกว่า ธุรกรรมข้ามธนาคาร) ซึ่งแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป

เริ่มจากกรณีการถอนเงินผ่านตู้ ATM ของธนาคารตนเองด้วยบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร เช่น การสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR ถอนเงิน ผ่านแอปฯ ธนาคาร ปัจจุบันหลายธนาคารมีนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อส่งเสริมการใช้ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย และใช้ K PLUS ในการสร้างรหัสเพื่อไปกดเงินที่ตู้ K-ATM ของธนาคารเอง คุณมักจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ สำหรับธุรกรรมพื้นฐาน ในทำนองเดียวกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB EASY App และ ธนาคารกรุงไทย ผ่านแอป Krungthai NEXT ก็มักมีมาตรการส่งเสริมการใช้บริการด้วยการไม่คิดค่าธรรมเนียมเมื่อถอนที่ตู้ของตนเอง อย่างไรก็ดี นโยบายเหล่านี้อาจมีข้อยกเว้น เช่น การถอนเงินในจำนวนที่ต่ำกว่าที่กำหนด หรือเกินจำนวนครั้งที่ให้บริการฟรีในแต่ละเดือน ดังนั้นผู้ใช้ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดในแอปฯ เป็นประจำ

ส่วนที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ข้ามธนาคาร เนื่องจากเป็นจุดที่มักมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น สมมติว่าคุณใช้แอป krungsri app ของ ธนาคารกรุงศรี เพื่อสร้าง รหัสถอนเงิน แต่ไปกดเงินที่ตู้ ATM ของ ธนาคารกรุงเทพ คุณอาจถูกหักค่าธรรมเนียมข้ามธนาคาร ซึ่งในปี 2026 ค่าธรรมเนียมนี้โดยทั่วไปอาจอยู่ที่ประมาณ 10-30 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายของทั้งสองธนาคารที่เกี่ยวข้อง ธนาคารบางแห่งอาจมีโปรโมชั่นลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อดึงดูดผู้ใช้ บริการทางการเงินดิจิทัล การติดตามข่าวสารหรือเช็คประกาศในแอปฯ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

นอกจากค่าธรรมเนียมแล้ว วงเงินถอน ต่อครั้งและต่อวันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสะดวกในการใช้งาน วงเงินถอน ผ่านบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร มักถูกกำหนดโดยสองปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) วงเงินที่คุณตั้งไว้ในแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิ้ง ของคุณเอง และ 2) ข้อจำกัดทางเทคนิคของตู้ ATM และระบบของธนาคารนั้นๆ โดยทั่วไป วงเงินถอนสูงสุดต่อครั้งที่ตู้ ATM สำหรับบริการนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 30,000 บาท แต่บางธนาคารอย่าง ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ผ่านแอป KKP MOBILE อาจมีวงเงินที่แตกต่างกันออกไป วงเงินถอนรายวันจะเชื่อมโยงกับวงเงินโอน/ชำระเงินรวมในแอปฯ ซึ่งลูกค้าสามารถปรับแต่งได้ผ่านเมนูการตั้งค่าความปลอดภัยในแอปฯ เช่น SCB EASY App หรือ K PLUS การรู้จักกำหนด วงเงินถอน ที่เหมาะสมกับความต้องการและควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น

สำหรับช่องทางอื่นที่น่าสนใจและอาจมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมแตกต่างออกไปคือบริการ ถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือที่เรียกว่า แบงก์กิ้งเอเย่นต์ เช่น การไปถอนเงินที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้านสะดวกซื้อหรือจุดให้บริการอย่าง จุดบริการ SCB Service บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้พกบัตรและอาจอยู่ใกล้จุดบริการมากกว่าตู้ ATM ค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนี้มักจะชัดเจนและอาจมีโครงสร้างแบบคงที่ต่อรายการ ตัวอย่างเช่น อาจถูกเก็บค่าบริการ 10-20 บาทต่อการถอนหนึ่งครั้ง โดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงินที่ถอน (ภายในขีดจำกัดวงเงินที่กำหนด) ข้อดีคือมีความสะดวกในด้านสถานที่และบางครั้งมีเวลาบริการที่ยาวนานกว่า อย่างไรก็ดี วงเงินถอน ผ่านช่องทางนี้อาจต่ำกว่าการถอนผ่านตู้ ATM โดยตรง ผู้ใช้ควรสอบถาม ขั้นตอนการถอนเงิน และค่าธรรมเนียมที่จุดบริการให้แน่ชัดก่อนทำรายการ

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ลองพิจารณา ขั้นตอนการทำรายการ พร้อมกับปัจจัยด้านค่าธรรมเนียมและวงเงินแบบเป็นขั้นตอน: เริ่มจากคุณเปิดแอปฯ เช่น Krungthai NEXT เลือกเมนู การถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ สร้าง QR ถอนเงิน ระบบจะขอให้คุณป้อนจำนวนเงินที่ต้องการถอน ซึ่งคุณต้องป้อนไม่เกิน วงเงินถอน ต่อครั้งที่แอปฯ และตู้ ATM อนุญาต จากนั้นระบบจะสร้าง รหัสถอนเงิน (เลขหรือ QR Code) พร้อมแสดงสรุปค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) อย่างชัดเจนบนหน้าจอ ซึ่งหากเป็นตู้ของธนาคารกรุงไทยเอง ค่าธรรมเนียมมักจะเป็น 0 บาท แต่หากแอปฯ ตรวจพบว่าคุณเลือกใช้บริการที่ตู้ของธนาคารอื่น มันจะแสดงค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารให้คุณทราบก่อนยืนยันรายการ นี่คือจุดที่คุณสามารถตัดสินใจเปลี่ยนใจหรือยอมรับค่าธรรมเนียมได้ นับเป็นความโปร่งใสของ ธุรกรรมผ่านมือถือ ในยุคปัจจุบัน

สุดท้ายนี้ กลยุทธ์ในการลดค่าธรรมเนียมและใช้ วงเงินถอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ 1) พยายามใช้บริการถอนเงินที่ตู้ ATM ของธนาคารตนเองให้มากที่สุด 2) วางแผนการถอนเงินให้ดีเพื่อลดความถี่ในการทำธุรกรรมข้ามธนาคาร 3) ติดตามโปรโมชั่นจากธนาคารต่างๆ ผ่านแอปฯ หลักเป็นประจำ เพราะในปี 2026 การแข่งขันด้าน บริการทางการเงินดิจิทัล สูงมาก ธนาคารมักออกแคมเปญลดค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารหรือเพิ่ม วงเงินถอน พิเศษในช่วงเวลาสั้นๆ 4) ศึกษานโยบายของธนาคารคู่ค้าหรือเครือข่ายที่ร่วมมือกันซึ่งอาจให้บริการถอนเงินฟรีหรือค่าธรรมเนียมต่ำ และ 5) พิจารณาใช้บริการ ถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร ในกรณีเร่งด่วนเมื่อค่าธรรมเนียมสมเหตุสมผลและสถานที่สะดวกกว่า การทำความเข้าใจ ค่าธรรมเนียมและวงเงิน อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม ดิจิทัลแบงก์กิ้ง เช่น การถอนเงินไม่ใช้บัตร ได้อย่างเต็มที่

คำถามที่พบบ่อย

เซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ถอนเงินธนาคารอะไรได้บ้างในปี 2569?

ในปี 2569 บริการถอนเงินสดผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ 7-Eleven ยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากรองรับธนาคารชั้นนำหลายแห่ง ทำให้สะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่ายเกือบตลอด 24 ชั่วโมง เพียงคุณแจ้งความประสงค์กับพนักงานและทำรายการผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือของคุณ การถอนเงินวิธีนี้จะมีค่าธรรมเนียมและวงเงินจำกัดต่อรายการ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนใช้บริการเสมอ

  • ธนาคารที่เข้าร่วม:** ครอบคลุมธนาคารใหญ่ เช่น กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา และออมสิน (ควรตรวจสอบรายชื่อล่าสุดจากแอปธนาคาร)
  • ขั้นตอนการทำรายการ:** สร้างรายการถอนเงินในแอปธนาคารบนมือถือ จากนั้นแสดงบาร์โค้ด/QR Code ให้พนักงานสแกนที่เคาน์เตอร์
  • ค่าธรรมเนียมและวงเงิน:** มีค่าธรรมเนียมบริการประมาณ 15-20 บาทต่อรายการ และมีวงเงินถอนสูงสุดต่อครั้งและต่อวันตามที่ธนาคารกำหนด

สามารถใช้บัตรประชาชนถอนเงินจากธนาคารโดยตรงได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ถอนเงินจากตู้ ATM ได้ แต่เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมถอนเงินที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคาร ในกรณีที่คุณไม่มีสมุดบัญชีหรือบัตรเดบิต/ATM ติดตัวไปด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดของบัญชีและป้องกันการทุจริตทางการเงิน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวดก่อนอนุมัติรายการ

  • การถอนเงินที่สาขา:** ใช้บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมกรอกใบถอนเงินและลงลายมือชื่อให้ตรงกับที่ให้ไว้กับธนาคาร
  • ความปลอดภัย:** เจ้าหน้าที่ธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลและรูปถ่ายบนบัตรอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการสวมรอย
  • ข้อจำกัด:** ไม่สามารถใช้บัตรประชาชนทำรายการที่ตู้ ATM ได้ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารในเวลาทำการเท่านั้น

ขั้นตอนการถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านแอปพลิเคชันมือถือทำอย่างไร?

การถอนเงินไม่ใช้บัตร (Cardless Withdrawal) เป็นบริการที่สะดวกและปลอดภัยสูงผ่านโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชันของธนาคารต่างๆ คุณสามารถสร้างรายการถอนเงินล่วงหน้าบนสมาร์ทโฟน และไปรับเงินสดที่ตู้ ATM ของธนาคารผู้ออกบัตรได้ภายในเวลาที่กำหนด บริการนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกคัดลอกข้อมูลบัตร (Skimming) และยังเป็นประโยชน์ในกรณีที่ลืมหรือทำบัตรหาย

  • สร้างรายการในแอป:** เข้าสู่ระบบโมบายแบงก์กิ้ง เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" ระบุจำนวนเงิน และยืนยันรายการ
  • รับรหัสถอนเงิน:** แอปพลิเคชันจะสร้างรหัสถอนเงิน (OTP) ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด (ปกติ 5-15 นาที)
  • ทำรายการที่ตู้ ATM:** ไปที่ตู้ ATM ของธนาคาร เลือกเมนูถอนเงินไม่ใช้บัตร กรอกเบอร์โทรศัพท์และรหัสถอนเงินที่ได้รับเพื่อรับเงินสด

หากต้องการถอนเงินสดจำนวนมาก (เช่น เกิน 100,000 บาท) ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การถอนเงินสดจำนวนมากจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้แน่ใจว่าสาขามีเงินสดเพียงพอสำหรับให้บริการ ธนาคารส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ลูกค้าแจ้งความประสงค์กับสาขาล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันทำการ โดยเฉพาะยอดเงินที่สูงกว่า 500,000 บาทขึ้นไป เพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว

  • แจ้งธนาคารล่วงหน้า:** ติดต่อสาขาที่จะไปทำธุรกรรมเพื่อแจ้งจำนวนเงินและวันเวลาที่ต้องการถอน เพื่อให้สาขาเตรียมเงินสดไว้
  • เตรียมเอกสาร:** ต้องใช้สมุดบัญชีและบัตรประชาชนตัวจริงในการยืนยันตัวตน เจ้าของบัญชีต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง
  • วางแผนความปลอดภัย:** ควรมีเพื่อนหรือบุคคลที่ไว้ใจเดินทางไปด้วย และควรเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายเงินสด

สาขาธนาคารในห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ปิดทำการกี่โมงในปี 2569?

ในปี 2569 สาขาธนาคารที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้ายังคงมีเวลาทำการที่ยืดหยุ่นกว่าสาขาทั่วไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่มาใช้บริการหลังเลิกงานหรือในวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เวลาปิดทำการอาจแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละธนาคารและเวลาปิดของห้างสรรพสินค้านั้นๆ จึงควรตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดก่อนเดินทางไปใช้บริการเสมอ

  • เวลาทำการปกติ:** ส่วนใหญ่เปิดให้บริการทุกวัน และปิดทำการระหว่างเวลา 19:00 น. ถึง 20:00 น.
  • ตรวจสอบข้อมูล:** ควรตรวจสอบเวลาทำการที่แน่นอนของสาขาที่ต้องการไปใช้บริการผ่านเว็บไซต์ทางการของธนาคาร หรือโทรสอบถามโดยตรง
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์:** เวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรตรวจสอบประกาศจากธนาคารล่วงหน้า

การถอนเงินที่ตู้ ATM ต่างธนาคารมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

การถอนเงินข้ามธนาคารผ่านตู้ ATM ยังคงมีค่าธรรมเนียมตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและนโยบายของแต่ละธนาคาร แม้ว่าหลายธนาคารจะยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล แต่การกดเงินสดข้ามธนาคารยังเป็นบริการที่มีต้นทุนในการจัดการเงินสดระหว่างธนาคาร อัตราค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นการถอนเงินในเขตจังหวัดเดียวกันหรือข้ามเขตจังหวัด

  • การถอนในเขตเดียวกัน:** การถอนเงินข้ามธนาคารในเขตจังหวัดเดียวกัน โดยทั่วไปจะฟรี 2-4 ครั้งแรกในเดือน หลังจากนั้นมีค่าธรรมเนียมประมาณ 10 บาทต่อรายการ
  • การถอนข้ามเขต:** การถอนเงินข้ามธนาคารและข้ามเขตจังหวัด จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 20-25 บาทต่อรายการตั้งแต่ครั้งแรก
  • ตรวจสอบโปรโมชัน:** บางธนาคารอาจมีโปรโมชันหรือประเภทบัญชีที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมเหล่านี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขบัญชีของคุณ

ถอนเงินผ่าน Banking Agent (ตัวแทนธนาคาร) มีข้อดีและข้อควรระวังอะไรบ้าง?

การใช้บริการ Banking Agent หรือตัวแทนธนาคาร เช่น ที่ทำการไปรษณีย์, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, หรือซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสาขาหรือตู้ ATM ของธนาคารตั้งอยู่ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการควรตระหนักถึงค่าธรรมเนียมและวงเงินที่จำกัดซึ่งมักจะเข้มงวดกว่าช่องทางปกติ และควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของตัวแทนก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง

  • ข้อดี:** สะดวก เข้าถึงง่าย มีจุดบริการจำนวนมาก และเปิดให้บริการนอกเวลาทำการของธนาคาร รวมถึงวันหยุด
  • ข้อควรระวัง:** มีค่าธรรมเนียมบริการต่อรายการ, มีการจำกัดวงเงินถอนต่อครั้งและต่อวันซึ่งมักจะน้อยกว่าการถอนที่ตู้ ATM
  • ความปลอดภัย:** ทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารเพื่อสร้าง QR Code/Barcode เสมอ และตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับให้ถูกต้องก่อนออกจากจุดบริการ

ถ้าถอนเงินแล้วตู้ ATM ไม่จ่ายเงิน แต่ยอดเงินในบัญชีถูกหัก ควรทำอย่างไร?

กรณีที่ตู้ ATM ขัดข้อง ไม่จ่ายเงินสดแต่ระบบตัดเงินในบัญชีไปแล้ว ขอให้คุณอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะมีกระบวนการตรวจสอบและปรับปรุงยอดเงินคืนให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรทันทีเพื่อแจ้งปัญหาและให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบ

  • เก็บหลักฐาน:** จดจำหรือถ่ายรูปข้อมูลสำคัญ เช่น วันที่-เวลา, สถานที่ตั้งตู้, รหัสตู้ (ถ้ามี) และเก็บสลิปรายการ (หากมี) ไว้เป็นหลักฐาน
  • ติดต่อธนาคารทันที:** โทรเข้า Call Center ของธนาคารเจ้าของบัตรเพื่อแจ้งปัญหาและอายัดรายการดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะแนะนำขั้นตอนต่อไป
  • ระยะเวลาดำเนินการ:** ธนาคารจะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลกับธนาคารเจ้าของตู้ ซึ่งอาจใช้เวลา 7-14 วันทำการในการปรับปรุงยอดเงินคืนเข้าบัญชีของคุณ